2011/Aug/27

 
 
ว่าจะไม่เขียน blog แล้วเชียว แต่เหตุการณ์นี้ต้องบันทึกไว้ เลยมาบันทึกไว้ในนี้แระกัน
 
เรื่องนี้อยากจะเตือนใจ คนที่มาเที่ยวยุโรป และบอกวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วที่จะสามารถช่วยได้ เพราะเพิ่งโดนมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวาน และโชคดีที่คุณพ่อของน้องทราบวิธีโอนเงินมาจากเมืองไทยได้
 
 
เมื่อวาน มาถึงนี่แต่เช้าตรู่ ตีห้าครึ่ง มาถึงโรงแรมก็หกโมงเช้า โชคดีที่โรงแรมใกล้ conference มาก แค่ข้ามถนน
 
แต่เนื่องมาจากมาถึงเช้ามาก ก็ check in ยังไม่ได้ ต้องฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน ทำให้ไม่สามารถทิ้งของมีค่าและเงินต่างๆ ไว้ที่โรงแรมได้ ต้องหอบติดตัวไปหมด และไม่ได้เข้าห้องน้ำห้องท่า เตรียมตัวจัดของใดๆ
 
จากโรงแรม ก็ไปเดินดู conference center และลองนั่ง underground bus  และ tram ไปเที่ยวในตัวเมือง เดินดูโน่นดูนี่ ถ่ายรูป กินโน่น นั่นนี่ ตามที่ขายตาม underground station จนอิ่มไปหมด
 
แล้วก็ถึงเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ก็รู้สึกเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว ทั้งนั่งเครื่องบินมาสิบชั่วโมงแล้วก็เดินตะลอนๆ อีก 6 ชั่วโมง ก็จะกลับไปเช็คอินที่โรงแรมแระ
 
ตอนกลับก็นั่ง underground จาก station นึง ตอนเข้าไปใน train ก็มอง เอ๊ะ ทำไมน้องผู้หญิงที่มาด้วยกัน ทำไมเดินมาช้าจัง ไม่มาซํกที ก็เห็นผู้หญิงคนนึง เอากระเป๋าตัง ดูคุ้นๆ ซุกไว้ที่กางเกงยีนส์ด้านหลังตรงก้น เห็นกางเกงใน เราก็คิดในใจ เอ๊ะ คนนี้ไม่มีกระเป๋าเหรอ ทำไมเอากระเป๋าตังไปไว้ที่อื่น
 
ซักพักน้องก็บอกว่า หนูโดนขโมยกระเป๋า แล้วน้องก็เห็นจะจะ ตอนผู้หญิงคนนี้เอากระเป๋าตังไปซุกไว้ที่ก้น ซึ่งเราก็เห็นเหมือนกัน
 
ก็ไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งตัวเท่าๆ กัน ผมหยิก ใส่สายเดี่ยว และกางเกงยีนส์ น้องบอกว่า You stole my wallet ผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า no no เราก็บอกว่า That wallet has many important documents for us มันก็พูด no อย่างเดียว ถ้าหายก็เรียกตำรวจสิ แล้วเราก็ขอดูกระเป๋ามัน มันก็เปิดให้ดูว่าไม่มี แล้วก็ไปถึงอีกสถานีนึง มันก็ลง เราสองคนก็ตามมันไป
 
มันก็บอกว่า ไม่มี ก็เปิดกระเป๋าตามที่ต่างๆ ซึ่งมี 2 กระเป๋าก็ไม่มี ตรงกางเกงยีนส์ก็ไม่มี ขอดูข้างหลัง ก็ไม่มี มันก็ยังเปิดซิบหน้าให้ดูกางเกงในมันอีก แล้วดูตรงเสื้อ ตรงยกทรงก็ไม่มี ซึ่งกระเป๋าตังมันใหญ่ถ้ามีก็คงเห็นแล้ว
 
ก็งง แล้วก็ทำไรไม่ถูก และก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้น มันก็เดินหนีไป
 
 
เลยคิดว่า มันคงเบี่ยงความสนใจเราโดยออกมาจากรถ ระหว่างนั้น คงยื่นให้กับอีกคนที่อยู่ในรถไปแล้ว
 
ก็มีคนช่วยพาไปหาเจ้าหน้าที่รถไฟ แล้วเค้าก็เรียกตำรวจให้
 
สรุปว่า ตอนนั้นทั้งสองคนโดนขโมยกระเป๋าตังทั้งคู่ มันคงเห็นว่าเป็นผู้หญิงต่างชาติ นักท่องเที่ยว มากันแค่สองคนมั้ง เงินสดทั้งยูโร (สองคนรวมกันก็เกือบพัน) และเงินไทย (สองคนรวมกันก็เกือบหมื่น) และบัตรเครดิต ( 4 ใบ) หายไปทั้งหมด เงินเหลือติดตัวอีกนิดหน่อย แค่ 17 ยูโร
 
 
ตอนนั้นพยายามติดต่อคนที่เมืองไทย เอ่อ ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนต โทรศัพท์โทรออกไม่ได้ รับได้อย่างเดียว เลยส่ง sms ไปบอกน้องที่รู้จักและบอกคนที่บ้าน ตอนนั้นเครื่องเราใช้ไม่ได้แระ เพราะตัง one to call ไม่พอรับสาย เพราะแพงมาก แต่โทรศัพท์น้องอีกคนยังใช้ได้ แล้วซักพัก น้องที่เมืองไทย เลยบอกให้ช่วยจัดการยกเลิกบัตรเครดิต บัตร ATM ให้ทั้งหมด
 
แล้วพยายามให้น้องเค้าติดต่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย
 
รออีก 20 นาทีได้ ตำรวจถึงมา แล้วก็พาไปที่ police station ก็ถามโน่น นั่น นี่ มากมาย ว่าอะไรหายบ้าง หายที่ไหน ยังไง รูปร่างเป็นยังไง อยู่นั่นประมาณชั่วโมงนึง ไม่มีอินเตอร์เนต ลำบากมาก มือถือก็ใช้ได้จำกัดมาก ส่งได้แต่ sms และรับได้
 
 
เราก็ถามตำรวจว่า ที่นี่มีคนโดนขโมยกระเป๋าบ่อยมั้ย ตำรวจก็บอกว่า บ่อยมาก  
 
ทีนี้ปัญหาหลักๆ ก็คือ ไม่มีเงิน ที่จะอยู่ต่ออีก 6 วัน
 
ดีที่ค่าโรงแรมจ่ายไปหมดแล้วตอนต้น แต่ค่ากินอยู่ไม่เหลือ บัตรตั๋วรถ น้องหายไปด้วย ของเรายังมีเพราะไม่ได้อยู่ในกระเป๋าตัง โชคดีที่ passport ของทั้งคู่ยังมี เราติดรายละเอียดของโรงแรมาด้วย เลยจัดการธุระต่างๆ ได้หมด
 
ตอนนี้ก็คิดว่าทำไงดี ไม่มีตัง เราก็ถามว่า เราเปิด bank account ได้มั้ย จะได้ให้คนโอนเงินมา เค้าก็แนะนำให้ใช้บัตรเครดิตด่วยแล้วถอนเงินสดล่วงหน้า หรือไม่ก็โอนเงินผ่าน Western Union ซึ่งโอนได้เลย
 
ทีนี้ก็สามารถติดต่อกับคุณพ่อของน้องได้ ก็ว่าจะโอนเงินผ่าน Western Union  ให้ แต่ยังไม่ทราบวิธีการ  
 
โชคดีที่ passport ไม่หาย โชคดีที่มีเงินเหลือติดตัวนิดหน่อย โชคดีที่ police station ใกล้ underground station โชคดีที่ police station ใกล้ post office ที่มีบริการ western unions โชคดีที่มีเพื่อนดีๆ ที่ช่วยเหลือทุกอย่าง โชคดี่ที่คุณพ่อของน้องเคยเจอเหตุการณ์ที่เพื่อนโดนขโมยกระเป๋าและเคยทราบว่ าจะต้องทำอย่างไร โชคดีที่โทรศัพท์ของน้องรับสายได้ เลยจัดการทุกอย่างได้หมด
 
 
คุณพ่อของน้องก็ไป Western Union ที่ใกล้ที่สุด แต่ตอนนั้นก็ลุ้นกันอยู่ว่าจะได้ไหม เพราะมันเหลืออีกครึ่งชั่วโมงที่เมืองไทยจะปิดเพราะตอนนั้นมันจะทุ่มแล้ว นั่งรอลุ้นกันอยู่ แต่คิดว่าถ้าไม่ทันก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ถามเค้าแล้ว เค้าเปิด เหลือเงิน 17 ยูโร คงพอซื้อตั๋วให้น้องได้และคงพอซื้อน้ำกับอาหารได้  ตอนทุ่มของเมืองไทยคือบ่ายสองของที่นี่คุณพ่อก็โทรมา และบอกโอนเงินให้แล้ว
 
เราก็กรอกเลย account ที่คุณพ่อบอก และได้ cash มาทันที
 
ก็เอามาซื้อตั๋ว ซื้ออาหาร ซื้อน้ำและนั่ง underground กลับมาเช็คอินที่โรงแรม ด้วยความระวังสุดขีด
 
กลับมาคุยกับน้อง ว่าเหตุการณ์มันเหมือนฝัน ยังงงๆ ว่ามันเกิดขึ้นจริงเหรอ มันเหมือนมายากลมาก เห็นๆ อยู่แต่ไม่เจอ
 
ที่ plan จะไปเที่ยวโน่น นั่น นี่ ก็ไม่อยากไปไหนเท่าไหรแระ
 
 
กลับมาที่โรงแรม ได้ check in ก็แบ่งเงินไว้ตามที่ต่างๆ เอาเงินติดตัวไม่มาก อาบน้ำ พักผ่อน แล้วก็หา supermarket ที่ใกล้ที่สุด แล้วไปซื้อน้ำและอาหารจาก supermarket กัน
 
 
โชคดีที่เริ่มมี workshop บ่ายวันนี้ วันนี้ตื่นสิบโมงเมืองไทย คือตีห้าของที่นี่ เลยมีเวลามานั่งเล่าเรื่องราวต่างๆ ไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ฟังค่ะ
 
 
พอเล่าให้ใครฟัง เค้าก็บอกว่า เค้าก็เคยโดนขโมยกระเป๋าตังที่สวิส ที่ลอนดอน ที่อิตาลี คือ เล่าให้ใครฟัง มีแต่คนที่เคยโดนมาทั้งนั้น เห้อ ทำให้ไม่อยากมายุโรปอีกเลย ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่มา ปีหน้า plan จะมาฝรั่งเศส ทำให้ไม่อยากมาแระ ที่ออสเตรเลีย ที่ Melbourne มีน้อยมาก วางกระเป๋าทิ้งไว้ยังไม่หายเลย
 
 

ตอนนี้ก็พอทำใจได้พอสมควร ปัญหาหลักๆ ก็คงไม่มีแระ กลับเมืองไทยค่อยไปทำบัตรใหม่หมด แต่ภาพคนนั้นที่เอากระเป๋าไปไว้ที่กางเกงยีนส์ที่ก้น ยังติดตาอยู่เลย เหอๆ
 

Comment

Comment:

Tweet


I wish you two all the safety for the rest of the trip na! Still, please be careful. It's also new to me to hear that there are so many pickpockets around the major cities in Europe. Stay safe na jaaaa!
#1 by P'Yod (125.24.9.157) At 2011-08-27 20:30,